TAKAO 599 MUSEUM

ขุมทรัพย์ของภูเขาทาคาโอะ

Insects

ทาคาโอะยังเป็นที่ป่าธรรมชาติซึ่งยังคงเป็นป่าที่มีความกว้างใหญ่ซึ่งแตกต่างจากป่าสวนรอบ ๆ ซึ่งทากาโอะเป็นป่าไม้เมืองหนาวที่อบอุ่นเช่นโอ๊ก ป่าไม้เมืองหนาวของบีชและมีการแพร่กระจายไปลาดขึ้นจากทางเหนือบนเนินลงไปทางด้านทิศใต้ โดยไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยและอาหารในพืชผักที่มีความหลากหลายเหล่านี้ รวมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเช่นกระรอก และกระรอกบินที่อยู่อาศัยเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง สัตว์เลื้อยคลานครึ่งบกครึ่งน้ำ, ปลา, สัตว์ประมาณกว่า 30 ชนิดมีชีวิตที่จะเดินในขณะที่มองหารังของพวกเขา ยังเป็นหนึ่งในวิธีที่จะเพลิดเพลินไปกับทาคาโอะได้

  • มดงาน Japonicas Camponotus ตระกูล Formicidae
    มดงาน Japonicas Camponotus
    มดงาน Japonicas Camponotus ตระกูล Formicidae
    ภูมิภาคหลัก: ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุ คิวชูและเกาะซึชิม่า เกาะยากุ พบในทุ่งหญ้าที่ราบสู่บนภูเขา สร้างรังเปิดในพื้นดินจึงมักจะพบที่สวนสาธารณะและสวนต่างๆในเขตเมือง เป็นสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในพันธ์พื้นเมืองที่ถือกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น มดงานมีขนาดประมาณ 10 มม. และราชินีมดขนาด 17 มม. สีลำตัวป็นสีดำและมีท้องสีน้ำตาล อาศัยอยู่ในเขตที่กว้างใหญ่ มีมดราชินีในถ้ำใต้ดิน สำหรับมดงานมีหน้าที่หาอาหาร หากินแมลงที่ตายแล้วและดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นพืชใต้ดิน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายนมดตัวผู้ตัวโตเต็มวัยขนาดเขื่องมีปีก และราชินีมดจะออกมาจากที่ซ่อนเพื่อสืบพันธุ์ ตัวเมียจะทิ้งปีกมดและสร้างรังอีก ดูแลลูกมดที่เกิดมาออกมาในระยะแรก จนกระทั่งมดตัวเล็กๆกลายเป็นมดงาน ส่วนตัวเมียก็เป็นราชินีมดและวางไข่อย่างต่อเนื่องต่อไป

    ●ความยาวประมาณ 7-13 มม. (มดงาน)
    ●ฤดูกาลตัวเต็มวัย ประมาณเดือนเมษายนถึงเดือนพฤศจิกายน
  • มด Obscuripes Camponotus ตระกูล Formicidae
    มด Obscuripes Camponotus
    มด Obscuripes Camponotus ตระกูล Formicidae
    ภูมิภาคหลัก: พบได้ในฮอกไกโดฮอนชู ชิโกกุ คิวชู เกาะยากุ และเกาะซึชิม่า พบในป่าและทุ่งหญ้าจากพื้นราบ สู่บนภูเขา
    เป็นสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุด มีลักษณะนิสัยเหมือนสายพันธ์ Camponotus Japonicus ในญี่ปุ่น และราชินีมดมีขนาดลำตัวเกือบ 2 ซม. สีของหัวและขามีสีดำและที่หน้าอกและส่วนที่ด้านหน้าของช่องท้องมีสีน้ำตาลแดง บางชนิดมีสีสีน้ำตาลแดงเฉพาะในทรวงอก
    แทบจะไม่เคยเห็นในชุมชนเมือง โดยปกติจะสร้างรังในซากไม้ที่ตายแล้ว หรือรากของต้นไม้ในป่าซึ่งไม่ได้อยู่ในดิน มดงานเรามักจะพบเห็นได้ในบริเวณทั่วไปที่พื้นดิน ทำงานเพียงลำพัง กินแมลงที่ตายแล้วและ กินเพลี้ยน้ำหวาน

    ●ความยาวประมาณ 7-12 มม.
    ●ฤดูกาลตัวเต็มวัย เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม
  • แมลงปอสามัญ Orthetrum albistylum speciosum ตระกูล Libellulidae
    แมลงปอสามัญ  Orthetrum albistylum speciosum
    แมลงปอสามัญ Orthetrum albistylum speciosum ตระกูล Libellulidae
    ภูมิภาคหลัก: ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุ คิวชูและโอกินาวา
    พบในทุ่งหญ้าที่มีแสงแดด ริมแม่น้ำ บินไปยังแอ่งน้ำและเป็นอีกหนึ่งในแมลงปอที่พบบ่อยอยู่ในชุมชนในเขตเมือง หลังการเกิดเป็นตัวเต็มวัยในฤดูใบไม้ผลิ สีของลำตัวทั้งตัวผู้และตัวเมียก็จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเหลืองกับมีจุดสีดำบนหน้าท้อง เฉพาะลำตัวของตัวผู้เท่านั้นที่จะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีดำด้วยอายุที่มากขึ้น และจากหน้าอกไปตรงกลางของช่องท้องจะถูกปกคลุมไปด้วยแป้งสีขาวมีลักษณะเหมือนเกลือ นี่คือที่มาของชื่อภาษาญี่ปุ่นว่าShiokara-Tombo ความหมายคือ แมลงปอเค็ม สีลำตัวของตัวเมียจะไม่เปลี่ยน และเรียกว่าเป็น Mugiwara-Tombo ความหมายคือ แมลงปอฟาง ตัวเมียจะบินวนเวียนอยู่เหนือน้ำจุ่มตรงปลายของช่องท้องลงสู่พื้นน้ำเพื่อวางไข่

    ●ความยาว ประมาณ 49 ถึง 55 มิลลิเมตร
    ●ฤดูกาลตัวเต็มวัย เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน
  • แมลงปอ Melania triangulare Orthetrum ตระกูล Libellulidae
    แมลงปอ  Melania triangulare Orthetrum
    แมลงปอ Melania triangulare Orthetrum ตระกูล Libellulidae
    ภูมิภาคหลัก: ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุ คิวชูและโอกินาวา
    พบในป่า ทุ่งหญ้าและริมน้ำของนาข้าวพื้นราบระดับต่ำไปสู่ระดับบนภูเขา ชอบสภาพแวดล้อมภายใต้ร่มเงาของต้นไม้
    ขนาดลำตัวมีขนาดใหญ่กว่าสายพันธ์อื่น และที่ลำตัวของตัวผู้จะมีแป้งเป็นสีขาวจากหน้าอกไปตรงกลางของช่องท้อง แต่สายพันธุ์นี้จะออกเป็นสีน้ำเงินเข้มกว่า ลำตัวของตัวเมียคงเป็นสีเหลืองสีน้ำตาลเหมือนแมลงปอทั่วไป ซึ่งจะมีตาสีเขียวฟ้า แต่สายพันธุ์นี้มีสีดำหรือสีน้ำตาลดำ หน้าท้องมีความหนา อาหารหลักคือแมลง แมลงวัน ยุง, ผีเสื้อและแมลง

    ●ความยาวประมาณ 50-60 มิลลิเมตร
    ●ฤดูกาลตัวเต็มวัย ประมาณเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายน
  • แมลงปอ Japonicum Orthetrum ตระกูล Libellulidae
    แมลงปอ  Japonicum Orthetrum
    แมลงปอ Japonicum Orthetrum ตระกูล Libellulidae
    ภูมิภาคหลัก: ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุและคิวชู
    พบได้ที่ริมลำธารของหนองน้ำ นาข้าว นาล้าง และบ่อพื้นราบที่ระดับต่ำ ตัวเต็มวัยจะมีช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิต้นฤดูร้อน ท้องของตัวเต็มวัยตัวผู้เป็นสีขาวและลำตัวของตัวเมียสีจะเหมือนกับแมงปอทั่วไป แต่ขนาดลำตัวของสายพันธุ์นี้จะมีขนาดที่เล็กกว่า นับเป็นเรื่องง่ายที่จะระบุความแตกต่างจากแมงปอทั่วไปเพราะท้องของสายพันธุ์นี้ค่อนข้างมีไขมันและฐานของปีกมีสีน้ำตาลอ่อน

    ●ความยาวประมาณ 37 ถึง 45 มิลลิเมตร
    ●ฤดูกาลตัวเต็มวัย เดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม
  • แมลงปอ Frequens Sympetrum ตระกูล Libellulidae
    แมลงปอ  Frequens Sympetrum
    แมลงปอ Frequens Sympetrum ตระกูล Libellulidae
    ภูมิภาคหลัก: ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุและคิวชู จัดว่าเป็นแมลงปอที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด มีชื่อญี่ปุ่นว่า Aka-Tombo หมายถึง แมลงปอสีแดง โดยจะพบว่าทั่วทั้งลำตัวเป็นสีแดงทั้งหมด แต่มีเฉพาะศีรษะและหน้าอกของสายพันธุ์นี้ที่ไม่ได้เป็นสีแดง
    ท้องของตัวเต็มวัยตัวผู้จะเปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีแดงเมื่อมีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากตัวเต็มวัยใช้ชีวิตในทุ่งนาหนองน้ำหรืออยู่บนเนินเขา ประมาณเดือนมิถุนายนย้ายไปยังภูเขาที่สูงขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงสภาพอากาศที่ร้อน ช่วงที่เติบโตเต็มวัยประมาณเดือนกันยายนก็จะย้ายกลับไปยังพื้นราบหรือเนินเขาเตี้ยๆ พวกมันลดจำนวนลงเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา แต่ยังคงพบบ้างในทุ่งหญ้าหรือที่ดินว่างปล่าว นอกเมือง เป็นชนิดที่คล้ายกัน Sympetrum Drwinianum ซึ่งมีลำตัวเป็นสีแดง พบในพื้นราบ ริมแม่น้ำในฤดูร้อน
    อาหารหลักคือแมลงขนาดเล็กรวมทั้งแมลงวันและยุง

    ●ความยาวประมาณ 35-45 มิลลิเมตร
    ●ฤดูกาลตัวเต็มวัย เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม
  • แมลงปอ Sympetrum pedemontanum elatum ตระกูล Libellulidae
    แมลงปอ  Sympetrum pedemontanum elatum
    แมลงปอ Sympetrum pedemontanum elatum ตระกูล Libellulidae
    ภูมิภาคหลัก: ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุและคิวชู
    พบได้ที่ริมลำธารที่ไหลช้า นาข้าวและบ่อจากพื้นราบไปยังภูเขา
    ลำตัวมีการเปลี่ยนสีเป็นสีแดงเหมือน Frequens Sympetrum ที่ทรวงอกและช่องท้องเมื่อตัวเต็มวัย ตัวผู้เปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้น ปลายปีกด้านหน้าและด้านหลังมีสายสะพายสีน้ำตาล ที่เป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์นี้จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะแยกความแตกต่างได้ ลำตัวของตัวเต็มวัยตัวเมียไม่เป็นสีแดง แต่จะมีสีค่อนข้างน้ำตาลแดง ส่วนตัวผู้ลำตัวมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมสีแดง ส่วนตัวเมียจะเป็นสีขาว อาหารหลักเป็นแมลงขนาดเล็กที่จับได้ในขณะที่บิน


    ●ความยาวประมาณ 30 ถึง 40 มิลลิเมตร
    ●ฤดูกาลตัวเต็มวัย เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน
  • แมลงปอวงแหวนทอง Sieboldii Anotogaster ตระกูล Cordulegastridae
    แมลงปอวงแหวนทอง  Sieboldii Anotogaster
    แมลงปอวงแหวนทอง Sieboldii Anotogaster ตระกูล Cordulegastridae
    ภูมิภาคหลัก: พบได้ในฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุ คิวชู โอกินาวา เกาะซาโดะ เกาะยากุ และเกาะอามามิ เกาะโอชิมะ
    เป็นแมลงปอพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และมีความยาวถึงประมาณ 11 ซม. พบในหนองน้ำลำธารและในพื้นราบที่ระดับต่ำและที่ลำธารบนภูเขา แต่ไม่ค่อยพบพื้นที่ในเมือง ลำตัวเป็นที่น่าสนใจมากเพราะมีตาขนาดใหญ่สีเขียวเข้มและลำตัวป็นสีดำกับสีเหลือง อาหารหลักเป็นแมลงขนาดเล็กและจับเหยื่อในขณะที่บิน
    ตัวเต็มวัยตัวผู้จะมีอาณาเขตของตัวเองและลาดตระเวนรอบๆ ในพื้นที่ เมื่อตัวเมียตั้งท้องจะบินวนเวียนบริเวณผิวน้ำและให้ช่องท้องจุ่มลงไปใต้น้ำเพื่อวางไข่

    ●ความยาวประมาณ 90-100 มม.
    ●ฤดูกาล ช่วงโตเต็มวัยคือเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม
  • แมลงปอ Mnais pruinosa ตระกูล Calopterygidae
    แมลงปอ  Mnais pruinosa
    แมลงปอ Mnais pruinosa ตระกูล Calopterygidae
    ภูมิภาคหลัก: พบในพื้นที่ของฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุและคิวชู
    ในสายพันธ์นี้จะมีขนาดลำตัวที่เป็นรุ่นใหญ่ของ Damselflies พบในลำธาร ซึ่งหาดูได้ง่ายจากเมืองบนภูเขาและลำธารในภูเขา มีชื่อญี่ปุ่นว่า Kawa-Tombo หมายถึงแมลงปอแม่น้ำ ด้านหน้าและด้านหลังปีกเกือบมีขนาดเท่ากัน และท่วงท่าในการบินสง่างามมาก สีของปีกจะแตกต่างกันระหว่างสายพันธุ์และพื้นที่ที่อาศัย จากสีน้ำตาลแดง สีส้มอ่อน สีลำตัวเหมือนเป็นโลหะมันวาวสีเขียวอ่อน แต่มันจะกลายเป็นผงสีขาวเมื่อมีอายุมากขึ้น อาหารหลักเป็นแมลงขนาดเล็กที่ริมน้ำ

    ความยาวประมาณ 55-60 มิลลิเมตร
    ฤดูกาลตัวเต็มวัย เดือนเมษายนถึงสิงหาคม
  • แมลงปอคอร์เนเลีย Calopteryx ตระกูล Calopterygidae
    แมลงปอคอร์เนเลีย  Calopteryx
    แมลงปอคอร์เนเลีย Calopteryx ตระกูล Calopterygidae
    ภูมิภาคหลัก: พบได้ที่ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุและคิวชู
    พบที่ลำธารและลำธารน้ำใสจากพื้นราบระดับต่ำไปถึงบนภูเขา
    เป็นสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดของ Calopterygidae ในประเทศญี่ปุ่น อาหารหลักเป็นแมลงขนาดเล็ก
    มีปีกใสๆสีน้ำตาลและท้องสีเขียวเหมือนโลหะแวววาว ดูสง่างามเมื่อชะลอตัวบินที่ริมน้ำ ตัวเมียด้านบนปีกมีสีขาวและที่ท้องเป็นสีน้ำตาล
    ตัวผู้เมื่อโตตัวเต็มวัยจะสร้างอาณาเขต และมีคู่ บางครั้งตัวเมียจะวางไข่ใต้น้ำ ซึ่งในไข่มีลักษณะพิเศษที่สามารถกันน้ำได้
    ปีกเป็นชั้นๆและปีกของมันก็สามารถอยู่ใต้น้ำได้เกือบเป็นชั่วโมง

    ●ความยาวประมาณ 60-65 มิลลิเมตร
    ●ฤดูกาลโตเต็มวัยคือเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน
  • แมลงปอ Davidius Nanus ตระกูล Gomphidae
    แมลงปอ Davidius Nanus
    แมลงปอ Davidius Nanus ตระกูล Gomphidae
    ภูมิภาคหลัก: พบได้ในฮอนชู ชิโกกุและคิวชูสึ
    พบที่กลางแม่น้ำลำธารจากต้นน้ำบนเนินเขาและภูเขา
    มันเป็นชื่อที่ได้มาจากนักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส ดร. Davidius Nanus ในศตวรรษที่ 19 ลำตัวเป็นสีดำมีลายเส้นสีเหลืองจากหน้าอกถึงท้อง มีสีเหลืองสามจุดที่มีขนาดใหญ่ที่ด้านข้างของทรวงอก และที่ฐานของขาหน้าของทั้งตัวเมียและตัวผู้มีสีเหลือง
    สามารถพบเห็นได้ในลำธารรอบๆภูเขา และในพื้นที่ภูเขาทาคาโอะในเดือนเมษายน ตัวผู้จะคอยหาคู่อยู่ตามโขดหิน เพื่อรอให้ตัวเมียมาหา ซึ่งตัวเมียชอบตากอากาศตามโขดหินริมน้ำและลอยตัวอยู่บนผิวน้ำ

    ●ความยาวประมาณ 40 ถึง 50 มิลลิเมตร
    ●ฤดูกาลตัวเต็มวัยเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม
  • แมลงปอ Davidius fujiama ตระกูล Gomphidae
    แมลงปอ Davidius fujiama
    แมลงปอ Davidius fujiama ตระกูล Gomphidae
    ภูมิภาคหลัก: พบได้ในฮอนชู ชิโกกุและคิวชู
    พบที่ลำธารได้อย่างชัดเจนและใกล้ๆกับริมลำธารพื้นราบ จากระดับต่ำไปยังภูเขา จะคล้ายกับ Davidius Nanus แต่ท้องของ Fujiama ตัวผู้ส่วนใหญ่จะเป็นสีดำ มีชื่อภาษาญี่ปุ่นคือ Kuro-Sanae ความหมายคือ แมลงปอสีดำ และไม่มีแถบสีเหลืองที่ด้านข้างทรวงอก แต่มีจุดสีเหลืองตรงกลางที่ด้านข้างของทรวงอกมีขนาดเล็กและฐานของขาหน้าไม่ได้มีจุดสีเหลืองจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะระบุความแตกต่างได้ ตัวเมียวางไข่บนต้นไม้หรือตะไคร่น้ำ เจริญเติบโตในพื้นที่ที่ระดับต่ำ รอบริมน้ำ อาหารหลักเป็นแมลงขนาดเล็ก
    ฤดูผสมพันธ์และฟักตัวอ่อนในช่วงเดือนเมษายนจนกระทั่งเป็นตัวเต็มวัยเริ่มมองเห็นได้จนถึงฤดูร้อน

    ●ความยาวประมาณ 40 ถึง 50 มิลลิเมตร
    ●ตัวเต็มวัยเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม
  • แมลงปอSieboldius albardae ตระกูล Gomphidae
    แมลงปอSieboldius albardae
    แมลงปอSieboldius albardae ตระกูล Gomphidae
    ภูมิภาคหลัก: ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุและคิวชู
    พบได้ที่ริมลำธาร ทุ่งหญ้า จากพื้นราบ ที่ระดับต่ำ
    ชอบเกาะพักผ่อนบนโขดหิน จะพบได้จากปลายเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม มีชื่อญี่ปุ่นว่า Ko-Oniyanma หมายถึง Oniyanmaขนาดเล็ก (Anotogaster Sieboldii) แต่ก็จัดอยู่ในตระกูล Gomphinae
    มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในตระกูล Gomphinae และมีหัวขนาดเล็กมากเหมาะกับขนาดลำตัวที่สมดุลย์และมีขาหลังที่ยาวมากเมื่อเทียบกับ Sieboldii Anotogaster ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะแยกประเภทได้
    อาหารหลักคือแมลงต่างๆรวมทั้งแมลงปออื่น ๆ และต้นสน
    ตัวผู้จะหวงแหนอาณาเขตของตัวเอง และพักผ่อนบนโขดหิน และมีการตรวจตราลาดตระเวนภายในอาณาเขตของตัวเองบ้าง

    ●ความยาวประมาณ 80-90 มิลลิเมตร
    ●ฤดูกาลโตเต็มวัยเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม
  • แมลงปอ Superstes Epiophlebia ตระกูล Epiophlebiidae
    แมลงปอ Superstes Epiophlebia
    แมลงปอ Superstes Epiophlebia ตระกูล Epiophlebiidae
    ภูมิภาคหลัก: พบได้ในฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุและคิวชู
    รู้จักกันทั่วไปว่าเป็น "ฟอสซิลที่มีชีวิต" เพราะหลายส่วนของลำตัวรวมทั้งอวัยวะสืบพันธุ์ เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ Epiophlebiidae ซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ในเทือกเขาหิมาลัย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ลักษณะลำตัวจะคล้ายกับ Gomphidae แต่ปีกเหมือน Damselflies เพราะรูปร่างของด้านหน้าและด้านหลังปีกเกือบจะเหมือนกัน พบที่ต้นน้ำลำธารหรือล้อมรอบป่าและอาหารหลักเป็นแมลงขนาดเล็กรวมทั้งแมลงวันยุง ตัวเมียวางไข่บนลำต้นของพืชที่อยู่ริมน้ำซึ่งอยู่ระหว่างก้อนหินในลำธาร (ใช้วิธีการลอกคลาบจากตัวอ่อนเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัย ) ช่วงเป็นตัวอ่อนอาศัยอยู่ใต้น้ำ1 เดือน หลังจากนั้นเข้าสู่ตัวเต็มวัยใช้ชีวิตอยู่บนบกตามริมน้ำ และมีช่วงอายุ 7-8 ปี

    ● ความยาวประมาณ 50-60 มิลลิเมตร
    ● ฤดูกาลตัวเต็มวัยประมาณเดือนพฤษภาคม
  • จั๊กจั่น Graptopsaltria nigrofuscata ตระกูล Cicadidae
    จั๊กจั่น Graptopsaltria nigrofuscata
    จั๊กจั่น Graptopsaltria nigrofuscata ตระกูล Cicadidae
    ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใน ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุ คิวชิว รวมทั้งเกาะซึชิม่า เกาะยากุชิม่า ชอบอาศัยอยู่ที่ตามแหล่งเพาะปลูก และป่าไม้ ในพื้นดินทั่วไป และในพื้นที่ภูเขา สามารถพบเห็นได้ในสวนสาธารณะที่มีต้นไม้ใหญ่และกินน้ำเลี้ยงของลำต้น ส่วนใหญ่เป็นสวนผลไม้ เช่นต้นแพร์ญี่ปุ่น พบเห็นได้ที่ต้นไม้ขนาดใหญ่จะเกาะอยู่ตามกิ่งของต้นไม้ จักจั่นตัวผู้มีเสียงร้องที่แหลม จวี้ - จวี้ ' หรือ ' จี้ - จี้ - จี้ - จี้ ' ว่ากันว่าชื่อของพวกมัน ถูกนำตัวไปตั้งชื่อเพราะเสียงร้องคล้ายกันมากกับเสียงทอดอาหารในน้ำมัน
    ปีกมีความทึบแสง และสีออกน้ำตาลแดงเข้มกับแถบที่เป็นแสงและเงา
    ตัวเมียวางไข่อยู่ในเปลือกไม้ หลังจากฟักเป็นตัวอ่อนจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนาน 6-7 ปี ตัวอ่อนถูกฝังอยู่ใต้ดินใต้รากของต้นไม้นานถึง 1 ปี และคลานขึ้นไปที่พื้นดินเป็นแมลงตัวเต็มวัย

    ● ความยาว ( รวม ความยาว จากหัวถึง ปีก ) ประมาณ 50-60 มิลลิเมตร
    ● ฤดูกาลตัวเต็มวัยเดือนกรกฎาคมถึงเดือน กันยายน
※ใบเสนอราคาจากทาง app ภูเขาทาคาโอะ(แอนดี้)
もっと見る 閉じる